บทที่ 11 คนที่รอจังหวะ
หมอธวัชกลับมาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบเล็กและถุงขนมสำหรับทีม
นวลละออยังไม่ทันถามว่าเหนื่อยจากการเดินทางหรือไม่ เขาก็มองตารางงานบนโต๊ะเสียก่อน
“ช่วงที่ผมไม่อยู่ นวลรับทั้งหมดนี่เลยหรือ”
“ธีรินกลับมาช่วยแล้วค่ะ นนท์กับเมย์ก็ช่วยกันมาก”
ธวัชพยักหน้า หยิบปากกาขีดแบ่งงาน
“สองรายนี้ผมรับต่อ ส่วนเอกสารที่ต้องทบทวน ส่งมาได้เลย ไม่ต้องรอให้กองถึงเย็น”
นวลละออมองชื่อของตัวเองที่ลดลงในตาราง แล้วเผลอถอนหายใจยาว
ธวัชเงยหน้า
“โล่งขนาดนั้น?”
เธอยิ้มอย่างยอมรับ
“ค่ะ”
“งั้นวันนี้หาเวลากินข้าวให้ตรงเวลาด้วย”
นนท์วางภาพประกอบรายงานไว้ข้างแฟ้มวีระชัย
นวลละออกำลังคุยโทรศัพท์ เธอเปิดหน้าที่มีรายการรับเงินสองจุดในวันเดียวกัน จดสิ่งที่ปลายสายบอกลงข้างสำเนา
“อย่าเพิ่งถือว่าเป็น 2 คนจนกว่าจะตรวจเวลาได้นะคะ บางแห่งลงบัญชีย้อนหลัง”
เธอฟังต่อ ก่อนเสียงอ่อนลง
“ค่ะ ฉันกินแล้ว คุณล่ะ”
นนท์เลื่อนซองภาพให้ตรงขอบโต๊ะ
ไม่ต้องเห็นชื่อบนจอ เขาก็รู้ว่าเธอคุยกับใคร
“เย็นนี้ถ้าเสร็จก่อน ฉันบอกนะคะ ไม่ต้องรีบมา”
เธอวางสายแล้วหันมาหาเขา
“หมอธวัชขอดูภาพต้นฉบับด้วยค่ะ คุณสะดวกเปิดให้ดูไหม”
“ได้ครับ”
ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เธอยังสุภาพ ยังขอบคุณ ยังไว้ใจให้เขาช่วยงาน
แต่รอยยิ้มตอนคุยโทรศัพท์ทำให้เขารู้ว่าบางอย่างต่างไปแล้ว
เขายกซองขึ้น
“ผมไปเตรียมก่อนนะ”
นวลละออมองตาม อยากพูดอะไรสักอย่าง แต่ไม่รู้ว่าคำปลอบแบบไหนจะไม่กลายเป็นการให้ความหวังอีก
จ่าเนศได้รับมอบหมายงานเพิ่มตอนก่อนเที่ยง
ภูเมืองวางปากกาลงแล้วเรียกเขาเข้าไป
“ถ้าเมย์มาถามหาผม ช่วยรับเรื่องให้ก่อน อย่าให้เข้าห้องสอบสวนหรือมารอจนเสียงานโรงพยาบาล”
จ่าเนศพยักหน้า
“เรื่องงานส่งตามปกติ เรื่องอื่นให้ผมรับ ใช่ไหมครับ”
“ครับ บอกสุภาพ ๆ ผมพูดกับเขาชัดแล้วว่าไม่ได้จีบตอบ ไม่อยากให้เขาเสียเวลาอีก”
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เมย์ก็มาพร้อมแก้วกาแฟ
จ่าเนศลุกต้อนรับ
“เอกสารวางตรงนี้ได้ครับ”
“วันนี้หนูมาหาสารวัตรค่ะ”
“ถ้าเป็นเรื่องงาน ผมลงรับให้ ถ้าเรื่องอื่น สารวัตรยังไม่สะดวกครับ”
เมย์มองแก้วในมือ
“แค่ 5 นาทีเองค่ะ”
“ตอนนี้เขากำลังฟังคำให้การ จะ 5 นาทีก็ขัดไม่ได้ครับ”
เธอขยับจะฝากกาแฟ จ่าเนศจึงพูดต่อ
“แล้วเขาฝากย้ำว่า เมย์ไม่ต้องซื้อของมาให้ก็ได้นะครับ”
เมย์นิ่งไป ความคึกคักเมื่อครู่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“จ่าไม่ต้องพูดเหมือนอ่านประกาศก็ได้ค่ะ หนูเข้าใจ”
เขาถอนหายใจเบา ๆ
“ผมไม่อยากพูดอ้อมจนเมย์ต้องมาเสียเที่ยวอีกครับ”
เธอเหลือบมองประตูห้อง ก่อนพยักหน้า
“งั้นหนูเอากาแฟกลับ”
“ดีครับ อย่าลืมกินข้าวด้วย”
เมย์หันกลับมามอง
“จ่าก็เหมือนกันค่ะ รับหน้าแทนคนอื่นจนข้าวเย็นหมดแล้ว”
จ่าเนศมองกล่องอาหารบนโต๊ะตัวเอง แล้วหัวเราะออกมาคนเดียวหลังเธอเดินไป
พิชญารอจนหน้าห้องเงียบจึงเข้ามาพร้อมแฟ้มบาง ๆ
“ญาเอาคำสั่งประชุมมาให้ค่ะ สารวัตรลงชื่อรับทราบได้เมื่อไรคะ”
จ่าเนศตรวจเอกสาร
“วางไว้ได้ครับ ผมเสนอให้”
“มีเอกสารแนบที่ต้องอธิบายด้วยค่ะ”
เขาเปิดดูตามที่เธอชี้ ก่อนโทรถามด้านใน
ภูเมืองให้รอจนสอบปากคำเสร็จ แล้วเรียกทั้งสองคนเข้าไปพร้อมกัน
พิชญาวางแฟ้มตรงหน้าเขา อธิบายงานประชุมจนจบ ก่อนมองกองเอกสารอีกด้าน
“คดีวีระชัยไปถึงไหนแล้วคะ ญาจะได้เตรียมสรุปให้ผู้การถูก”
ภูเมืองปิดแฟ้มคดี
“ฉบับที่อนุมัติจะส่งผ่านดาบบุญส่งครับ”
“ญาอยากช่วยลดงานพี่ ถ้ารอทุกขั้นจะช้า”
“ทำตามขั้นตอนเดิมครับ ถ้าท่านต้องการเร่ง ให้แจ้งผมหรือผู้กำกับโดยตรง”
พิชญายิ้มรับ แล้วเปลี่ยนเรื่อง
“เย็นนี้ญาสั่งอาหารให้ไหมคะ เห็นกลับมาก็ทำงานต่อเลย”
“ไม่ต้องครับ”
จ่าเนศยื่นใบรับทราบให้เธอลงชื่อ การสนทนาจึงจบลงตรงนั้น
ก่อนเลิกงาน หมอธวัชเรียกนวลละออเข้ามาดูรายการตรวจยืนยันบุคคล
“ประวัติข้อมือขวามีภาพรังสีเก่าหรือยัง”
“กำลังขอค่ะ”
“ตามให้ครบ แล้วเทียบกับสิ่งที่ตรวจพบในร่าง ส่วนลายเซ็นปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ เราไม่ต้องช่วยเดาทุกอย่าง”
เธอพยักหน้า รู้สึกเหมือนงานที่เคยกระจายอยู่เต็มหัวเริ่มมีที่วาง
เมื่อออกจากห้อง นนท์กำลังเก็บกล้อง
“วันนี้กลับได้เร็วหน่อยแล้วนะครับ”
“ค่ะ หมอธวัชรับไปหลายอย่างเลย”
“ดีแล้วครับ”
เขามองไปทางลานจอด ภูเมืองเพิ่งลงจากรถ แต่ยืนรออยู่ห่างจากทางเข้า ไม่โทรเร่ง
“สารวัตรมาแล้ว”
นวลละออหันไป ก่อนกลับมามองนนท์
“เรื่องที่คุณชวนกินข้าว…”
เขาส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ต้องตอบใหม่ทุกวันหรอกครับ ผมจำได้”
เธอนิ่ง เขาจึงยิ้มให้เท่าที่ทำได้
“กลับเถอะ วันนี้หมอควรได้พักจริง ๆ”
พิชญาเห็นภูเมืองยืนคุยกับนวลละออจากอีกฟากลานจอด
เธอไม่ได้เดินเข้าไป
โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่น ข้อความจากหมายเลขที่ไม่ได้บันทึกชื่อปรากฏขึ้น
สำเนาที่ขอ ได้หรือยัง
เธอหันมองประตูอาคาร ก่อนพิมพ์ตอบ
ตอนนี้เขาตรวจทุกชุด ต้องรอจังหวะ
อีกฝ่ายตอบทันที
อย่ามัวเสียเวลากับเรื่องส่วนตัว
พิชญากำโทรศัพท์แน่น มองภูเมืองรับกระเป๋าจากนวลละออแล้วเปิดประตูรถให้
ครู่หนึ่งเธอพิมพ์กลับ
ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร
เธอเก็บโทรศัพท์และขับรถกลับไปที่ทำงาน
ตรงทางเดิน ดาบบุญส่งกำลังล็อกตู้เอกสาร เขาเงยหน้าสบตาเธอ ก่อนเก็บกุญแจไว้กับตัว
“ลืมของหรือครับ”
พิชญายิ้ม
“ค่ะ”
ดาบบุญส่งพยักหน้า แล้วหยิบสมุดงานกลับไปนั่งที่โต๊ะ
คืนนี้เขายังไม่รีบกลับบ้าน
